แชร์

บุคคลธรรมดา หรือ จดทะเบียนบริษัท? เทียบภาษีและเช็กลิสต์ก่อนเริ่มปี 2570

อัพเดทล่าสุด: 27 ต.ค. 2026
15 ผู้เข้าชม
นักบัญชีให้คำปรึกษาเจ้าของกิจการเรื่องเลือกทำธุรกิจแบบบุคคลธรรมดาหรือจดทะเบียนบริษัท

ช่วงปลายปีเป็นจังหวะที่เจ้าของกิจการหลายคนเริ่มถามตัวเองว่า “ปีหน้าควรทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาต่อ หรือถึงเวลาจดทะเบียนเป็นบริษัทแล้ว?” คำตอบไม่ได้ขึ้นกับภาษีอย่างเดียว แต่รวมถึงหน้าที่ทางบัญชี ความน่าเชื่อถือ และแผนการเติบโตของธุรกิจ บทความนี้สรุปความต่างแบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างตัวเลขและเช็กลิสต์ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ก่อนเริ่มปี 2570

เจ้าของร้านคู่หนึ่งยิ้มขณะตรวจเอกสารธุรกิจและเครื่องคิดเลขที่เคาน์เตอร์ร้าน

บุคคลธรรมดากับนิติบุคคล ต่างกันอย่างไร

บุคคลธรรมดา คือการทำธุรกิจในชื่อตัวเราเอง รายได้จากธุรกิจถือเป็นเงินได้ของเรา เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า (ยิ่งรายได้สุทธิสูง อัตราภาษีขั้นถัดไปยิ่งสูง) และเพราะธุรกิจกับเจ้าของเป็นคนเดียวกัน หนี้สินของธุรกิจจึงเป็นหนี้สินของเจ้าของด้วย

นิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด คือ “บุคคลตามกฎหมาย” ที่แยกออกจากเจ้าของ บริษัทจำกัดจัดตั้งได้โดยบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ และผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ต้องชำระ

เรื่อง บุคคลธรรมดา บริษัทจำกัด
ภาษีเงินได้ อัตราก้าวหน้า สูงสุด 35% ของเงินได้สุทธิ SME ที่เข้าเงื่อนไข: กำไร 300,000 บาทแรกยกเว้น ส่วนถัดไปถึง 3 ล้านบาท 15% ส่วนเกิน 3 ล้านบาท 20%
แบบที่ยื่นประจำ ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) และ ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี) ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) และ ภ.ง.ด.50 (ทั้งปี) พร้อมงบการเงิน
บัญชีและงบการเงิน จัดทำรายงานเงินสดรับ-จ่าย และเก็บหลักฐาน ทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน มีผู้ทำบัญชี และงบการเงินต้องผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
ความรับผิดต่อหนี้สิน หนี้ของธุรกิจคือหนี้ของเจ้าของ ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดไม่เกินค่าหุ้นที่ต้องชำระ

ตัวอย่างตัวเลขง่ายๆ: กำไรเท่ากัน ภาษีต่างกันแค่ไหน

สมมติว่า เงินได้สุทธิของบุคคลธรรมดา (หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว) เท่ากับ กำไรสุทธิของบริษัท SME ที่เข้าเงื่อนไข (ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาท) ภาษีที่คำนวณได้จะเป็นดังนี้

เงินได้สุทธิ / กำไรสุทธิ ภาษีบุคคลธรรมดา ภาษีบริษัท SME
500,000 บาท 27,500 บาท 30,000 บาท
1,000,000 บาท 115,000 บาท 105,000 บาท
3,000,000 บาท 665,000 บาท 405,000 บาท

วิธีคิดแบบสั้นๆ: กำไร 1,000,000 บาทของบริษัท SME ส่วน 300,000 บาทแรกยกเว้น อีก 700,000 บาท × 15% = 105,000 บาท ส่วนบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้สุทธิ 1,000,000 บาท คิดตามขั้นบันได 0%, 5%, 10%, 15% และ 20% รวมได้ 115,000 บาท

จะเห็นว่า ถ้ากำไรยังไม่สูงมาก บุคคลธรรมดาอาจเสียภาษีน้อยกว่า แต่เมื่อกำไรสูงขึ้น ความต่างจะชัดขึ้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นการเทียบเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่รวมภาษีเมื่อเจ้าของรับเงินเดือนหรือเงินปันผลจากบริษัท ค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชี รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม การตัดสินใจจริงควรคำนวณจากตัวเลขของธุรกิจคุณเอง

อินโฟกราฟิกเทียบภาษีบุคคลธรรมดากับบริษัท SME และเช็กลิสต์ก่อนจดบริษัท

สิ่งที่ต้องทำเพิ่ม เมื่อจดทะเบียนเป็นบริษัท

การเป็นบริษัทมาพร้อมหน้าที่ที่ต้องทำสม่ำเสมอ ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ

  • เริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันที่จดทะเบียน และจัดให้มี ผู้ทำบัญชี ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย
  • ปิดบัญชีทุก 12 เดือน และจัดทำงบการเงินที่ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและแสดงความเห็น
  • เสนองบการเงินให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติภายใน 4 เดือนนับจากวันปิดบัญชี และยื่นงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing ภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ที่ประชุมอนุมัติ
  • ยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี (ยื่นทางอินเทอร์เน็ตได้ภายใน 158 วัน) และ ภ.ง.ด.51 สำหรับครึ่งรอบบัญชี
  • ส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อนายทะเบียนอย่างน้อยปีละครั้ง ภายใน 14 วันนับจากวันประชุมใหญ่สามัญ
  • เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี

ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัท ถ้ารายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกิน

เช็กลิสต์: ธุรกิจของคุณพร้อมจดบริษัทหรือยัง

  1. กำไรสุทธิต่อปีประมาณเท่าไร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือไม่
  2. มีหุ้นส่วนหรือผู้ร่วมลงทุน ที่ต้องการแบ่งสัดส่วนความเป็นเจ้าของชัดเจนหรือไม่
  3. ลูกค้าหรือคู่ค้าต้องการคู่สัญญาที่เป็นนิติบุคคล หรือต้องใช้ในการเข้าประมูลงานหรือไม่
  4. ต้องการแยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากธุรกิจ เพื่อจำกัดความเสี่ยงหรือไม่
  5. พร้อมรับภาระงานบัญชี ทำบัญชี สอบบัญชี และยื่นแบบตามกำหนดทุกปีหรือไม่
  6. มีแผนขอสินเชื่อ ขยายสาขา หรือหาผู้ลงทุน ในอนาคตหรือไม่

ถ้าตอบ “ใช่” หลายข้อ การจดทะเบียนบริษัทอาจคุ้มค่า แต่ควรคำนวณภาษีและต้นทุนทั้งสองแบบเทียบกันก่อนตัดสินใจ

อาณาจักรการบัญชีช่วยอะไรได้บ้าง

บริษัท อาณาจักรการบัญชี จำกัด เป็น สำนักงานบัญชีคุณภาพ ที่ได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เราช่วยเจ้าของกิจการได้ตั้งแต่ขั้นตัดสินใจไปจนถึงการดูแลหลังจดทะเบียน

  • ที่ปรึกษาและวางแผนภาษี คำนวณเปรียบเทียบภาษีแบบบุคคลธรรมดากับบริษัทจากตัวเลขจริงของธุรกิจ
  • Financial Modeling & Business Forecasting ประมาณการรายได้ กำไร และกระแสเงินสด เพื่อดูภาพธุรกิจในอีก 1–3 ปี
  • จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร เช่น จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • รับทำบัญชีครบวงจร ปิดงบการเงิน และยื่นแบบภาษี ตามกำหนด
  • สอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
  • ประเมินมูลค่าธุรกิจ และที่ปรึกษาควบรวมและซื้อธุรกิจ สำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต

เราให้บริการทั้งธุรกิจ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และบุคคลทั่วไป โดยปรับขอบเขตงานและค่าบริการให้ยืดหยุ่นตามความต้องการของแต่ละราย

ปรึกษาเราได้ก่อนเริ่มปี 2570

นักบัญชีจับมือทักทายลูกค้าเจ้าของธุรกิจในห้องประชุมสำนักงาน

หากยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณควรเป็นบุคคลธรรมดาต่อหรือจดทะเบียนบริษัท ติดต่อ บริษัท อาณาจักรการบัญชี จำกัด (สำนักงานบัญชีคุณภาพ) เพื่อพูดคุยและวางแผนร่วมกันได้

โทร 045-312633, 086-8842844 | LINE @444ckplu | อีเมล account@arnajak-group.com | เวลาทำการ จันทร์–ศุกร์ 8.00–17.30 น. | เว็บไซต์ www.arnajak-karnbanchee.co.th

หมายเหตุ: ตัวอย่างการคำนวณในบทความเป็นการเปรียบเทียบเบื้องต้นเพื่อความเข้าใจ ข้อมูลอ้างอิง ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569

แหล่งอ้างอิง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy