บุคคลธรรมดา หรือ จดทะเบียนบริษัท? เทียบภาษีและเช็กลิสต์ก่อนเริ่มปี 2570

ช่วงปลายปีเป็นจังหวะที่เจ้าของกิจการหลายคนเริ่มถามตัวเองว่า “ปีหน้าควรทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาต่อ หรือถึงเวลาจดทะเบียนเป็นบริษัทแล้ว?” คำตอบไม่ได้ขึ้นกับภาษีอย่างเดียว แต่รวมถึงหน้าที่ทางบัญชี ความน่าเชื่อถือ และแผนการเติบโตของธุรกิจ บทความนี้สรุปความต่างแบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างตัวเลขและเช็กลิสต์ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ก่อนเริ่มปี 2570

บุคคลธรรมดากับนิติบุคคล ต่างกันอย่างไร
บุคคลธรรมดา คือการทำธุรกิจในชื่อตัวเราเอง รายได้จากธุรกิจถือเป็นเงินได้ของเรา เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า (ยิ่งรายได้สุทธิสูง อัตราภาษีขั้นถัดไปยิ่งสูง) และเพราะธุรกิจกับเจ้าของเป็นคนเดียวกัน หนี้สินของธุรกิจจึงเป็นหนี้สินของเจ้าของด้วย
นิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด คือ “บุคคลตามกฎหมาย” ที่แยกออกจากเจ้าของ บริษัทจำกัดจัดตั้งได้โดยบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ และผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ต้องชำระ
| เรื่อง | บุคคลธรรมดา | บริษัทจำกัด |
|---|---|---|
| ภาษีเงินได้ | อัตราก้าวหน้า สูงสุด 35% ของเงินได้สุทธิ | SME ที่เข้าเงื่อนไข: กำไร 300,000 บาทแรกยกเว้น ส่วนถัดไปถึง 3 ล้านบาท 15% ส่วนเกิน 3 ล้านบาท 20% |
| แบบที่ยื่นประจำ | ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) และ ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี) | ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) และ ภ.ง.ด.50 (ทั้งปี) พร้อมงบการเงิน |
| บัญชีและงบการเงิน | จัดทำรายงานเงินสดรับ-จ่าย และเก็บหลักฐาน | ทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน มีผู้ทำบัญชี และงบการเงินต้องผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) |
| ความรับผิดต่อหนี้สิน | หนี้ของธุรกิจคือหนี้ของเจ้าของ | ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดไม่เกินค่าหุ้นที่ต้องชำระ |
ตัวอย่างตัวเลขง่ายๆ: กำไรเท่ากัน ภาษีต่างกันแค่ไหน
สมมติว่า เงินได้สุทธิของบุคคลธรรมดา (หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว) เท่ากับ กำไรสุทธิของบริษัท SME ที่เข้าเงื่อนไข (ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาท) ภาษีที่คำนวณได้จะเป็นดังนี้
| เงินได้สุทธิ / กำไรสุทธิ | ภาษีบุคคลธรรมดา | ภาษีบริษัท SME |
|---|---|---|
| 500,000 บาท | 27,500 บาท | 30,000 บาท |
| 1,000,000 บาท | 115,000 บาท | 105,000 บาท |
| 3,000,000 บาท | 665,000 บาท | 405,000 บาท |
วิธีคิดแบบสั้นๆ: กำไร 1,000,000 บาทของบริษัท SME ส่วน 300,000 บาทแรกยกเว้น อีก 700,000 บาท × 15% = 105,000 บาท ส่วนบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้สุทธิ 1,000,000 บาท คิดตามขั้นบันได 0%, 5%, 10%, 15% และ 20% รวมได้ 115,000 บาท
จะเห็นว่า ถ้ากำไรยังไม่สูงมาก บุคคลธรรมดาอาจเสียภาษีน้อยกว่า แต่เมื่อกำไรสูงขึ้น ความต่างจะชัดขึ้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นการเทียบเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่รวมภาษีเมื่อเจ้าของรับเงินเดือนหรือเงินปันผลจากบริษัท ค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชี รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม การตัดสินใจจริงควรคำนวณจากตัวเลขของธุรกิจคุณเอง

สิ่งที่ต้องทำเพิ่ม เมื่อจดทะเบียนเป็นบริษัท
การเป็นบริษัทมาพร้อมหน้าที่ที่ต้องทำสม่ำเสมอ ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ
- เริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันที่จดทะเบียน และจัดให้มี ผู้ทำบัญชี ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย
- ปิดบัญชีทุก 12 เดือน และจัดทำงบการเงินที่ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและแสดงความเห็น
- เสนองบการเงินให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติภายใน 4 เดือนนับจากวันปิดบัญชี และยื่นงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing ภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ที่ประชุมอนุมัติ
- ยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี (ยื่นทางอินเทอร์เน็ตได้ภายใน 158 วัน) และ ภ.ง.ด.51 สำหรับครึ่งรอบบัญชี
- ส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อนายทะเบียนอย่างน้อยปีละครั้ง ภายใน 14 วันนับจากวันประชุมใหญ่สามัญ
- เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี
ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัท ถ้ารายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกิน
เช็กลิสต์: ธุรกิจของคุณพร้อมจดบริษัทหรือยัง
- กำไรสุทธิต่อปีประมาณเท่าไร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือไม่
- มีหุ้นส่วนหรือผู้ร่วมลงทุน ที่ต้องการแบ่งสัดส่วนความเป็นเจ้าของชัดเจนหรือไม่
- ลูกค้าหรือคู่ค้าต้องการคู่สัญญาที่เป็นนิติบุคคล หรือต้องใช้ในการเข้าประมูลงานหรือไม่
- ต้องการแยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากธุรกิจ เพื่อจำกัดความเสี่ยงหรือไม่
- พร้อมรับภาระงานบัญชี ทำบัญชี สอบบัญชี และยื่นแบบตามกำหนดทุกปีหรือไม่
- มีแผนขอสินเชื่อ ขยายสาขา หรือหาผู้ลงทุน ในอนาคตหรือไม่
ถ้าตอบ “ใช่” หลายข้อ การจดทะเบียนบริษัทอาจคุ้มค่า แต่ควรคำนวณภาษีและต้นทุนทั้งสองแบบเทียบกันก่อนตัดสินใจ
อาณาจักรการบัญชีช่วยอะไรได้บ้าง
บริษัท อาณาจักรการบัญชี จำกัด เป็น สำนักงานบัญชีคุณภาพ ที่ได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เราช่วยเจ้าของกิจการได้ตั้งแต่ขั้นตัดสินใจไปจนถึงการดูแลหลังจดทะเบียน
- ที่ปรึกษาและวางแผนภาษี คำนวณเปรียบเทียบภาษีแบบบุคคลธรรมดากับบริษัทจากตัวเลขจริงของธุรกิจ
- Financial Modeling & Business Forecasting ประมาณการรายได้ กำไร และกระแสเงินสด เพื่อดูภาพธุรกิจในอีก 1–3 ปี
- จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร เช่น จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- รับทำบัญชีครบวงจร ปิดงบการเงิน และยื่นแบบภาษี ตามกำหนด
- สอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
- ประเมินมูลค่าธุรกิจ และที่ปรึกษาควบรวมและซื้อธุรกิจ สำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต
เราให้บริการทั้งธุรกิจ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และบุคคลทั่วไป โดยปรับขอบเขตงานและค่าบริการให้ยืดหยุ่นตามความต้องการของแต่ละราย
ปรึกษาเราได้ก่อนเริ่มปี 2570

หากยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณควรเป็นบุคคลธรรมดาต่อหรือจดทะเบียนบริษัท ติดต่อ บริษัท อาณาจักรการบัญชี จำกัด (สำนักงานบัญชีคุณภาพ) เพื่อพูดคุยและวางแผนร่วมกันได้
โทร 045-312633, 086-8842844 | LINE @444ckplu | อีเมล account@arnajak-group.com | เวลาทำการ จันทร์–ศุกร์ 8.00–17.30 น. | เว็บไซต์ www.arnajak-karnbanchee.co.th
หมายเหตุ: ตัวอย่างการคำนวณในบทความเป็นการเปรียบเทียบเบื้องต้นเพื่อความเข้าใจ ข้อมูลอ้างอิง ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569
แหล่งอ้างอิง
- กรมสรรพากร: คู่มือภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้ประกอบการ SME
- กรมสรรพากร: ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- กรมสรรพากร: คู่มือภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจ
- กรมสรรพากร: ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและกำหนดเวลาการจดทะเบียน
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: คู่มือนิติบุคคลตั้งใหม่
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: การเปรียบเทียบสาระสำคัญของบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทจำกัด